วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Opera

Opera Browser สำหรับผมเองแล้วถือว่าเป็น Web browser ที่มีการพัฒนามาตลอด ที่สำคัญ Opera มีให้เราดาวโหลดลงใน
  1. โทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้ได้กับมือถือเครื่องเก่าบางรุ่น หรือมือถือใหม่ๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของ Windows Mobile
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรือ PC)
  3. เครื่อง Wii ของ Nintendo
สิ่งที่ผมชอบสำหรับ Opera คือเราสามารถทำการ Sync ข้อมูลอย่างเว็บที่เราชอบเข้าไปในมือถือของเรา ข้อมูลสำคัญบางอย่าง มา Sync ให้เราไม่ต้องเสียเวลาทำการเซฟข้อมูลกันเลย ลองมาดูกันครับว่า Opera มีอะไรพิเศษกันบ้าง


ตัว Speed Dial ที่ผมชอบคือเราสามารถกำหนดเว็บที่เราชอบมาอยู่ในหน้าแรก โดยเราไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์ URL ของเว็บที่เราต้องการเข้าไปดูอีกต่อไป เพียงแค่คลิ๊กก็เข้าถึงเว็บได้เลยทันที


Synchronize - ข้อมูลเพียงแค่เรามี Account ของ Opera อันนี้ไปสมัครได้นะครับ สมัครปุ๊บให้พื้นที่เราเขียน Blog, เก็บรูป เก็บข้อมูลส่วนตัว โดยให้ฟรีๆ ครับ 300 MB


Tab - ด้านบนสามารถทำให้คุณเปิดหน้าต่างหลายๆ หน้าต่างได้ เพียงแค่กดเครื่องหมาย + หรือใช้แป้นพิมพ์ กด Ctrl + t



Widget - เราสามารถ Add พวก Widget บนหน้าจอ Desktop ของเราดูอย่างนาฬิกาในรูปครับ



Fit to Width - ถ้าเราปรับขนาดของ Browser ก็จะทำให้เห็นทุกอย่างเต็มหน้าจอเพียงแค่เราคลิ๊กรูป ที่อยู่ด้างล่างมุมขวาของ Browser

สรุป เอาเป็นว่าส่วนที่ผมได้กล่าวมาข้างตนจริงๆ ยังมีส่วนอื่นๆ ที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยอีกพอสมควร ผมเชื่อว่า Opera Browser ถือเป็นทางเลือกนึงในตลาด Browser ที่คงจะไม่แพ้ Internet Explorer(IE), Firefox เลยทีเดียวครับทั้งในเรื่องความเร็ว การเก็บข้อมูล ถือได้ว่าน่าลองใช้งานดู

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Google Chrome


ถ้าพูดถึงตลาดบราวเซอร์ (Browser) ที่หลายๆ ท่านที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เกือบแทบจะทุกวันในการท่องเว็บ และสืบค้นหาข้อมูล ต้องบอกได้เลยว่า Google Chrome เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในตลาด Browser ที่น่าจับตามองอย่างมาก แม้ว่าในตลาดนี้จะมีการแข่งขันสูงระหว่าง Internet Explorer กับ Mozilla Firefox ซึ่งต่างฝ่ายก็มีจุดแข็งของตัวเองในการใช้งาน แต่ก็ยังมีเจ้าอื่นอย่างเช่น Opera, Maxthon, Safari ของค่าย Apple ก็ได้เข้ามาขอแบ่ง กับเจ้าตลาดนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ขอบอกได้เลยว่า Browser คือสิ่งที่จำเป็นไปแล้วสำหรับจำนวนประชากรบนโลกอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และมากขึ้นทุกๆ วัน

Google Chrome ดียังไง
  • พิมพ์ทุกอย่างได้ในช่องเดียว -
  • หน้าแท็บใหม่
  • มีทางลัดไปยังแอปพลิเคชั่น
  • แท็บ(Tab) แบบไดนามิก
  • การควบคุมความล้มเหลว
  • โหมดไม่ระบุตัวตน
  • การท่องเว็บอย่างปลอดภัย
  • เก็บหน้าเว็บที่ชอบได้ทันที (Bookmarks)
  • การตั้งค่าการนำเข้า
  • การดาวน์โหลดง่ายๆ
พิมพ์ทุกอย่างได้ในช่องเดียว - เราเพียงแค่พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงในแถบที่อยู่ Chrome จะแนะนำคำค้นหาและเว็บไซต์ยอดนิยมที่เกี่ยวข้องตามคำที่เราป้อนเข้าไปโดยอัตโนมัติ


หน้าแท็บใหม่ - เพียงแค่คุณกดเครื่องหมาย + หรือจะใช้ปุ่ม Ctrl + t ก็สามารถเปิดแท็บใหม่ได้หลายๆ อันโดยไม่ต้องไปเปิดหน้าต่างใหม่ตลอดเวลา ซึ่งการเปิดแท็บหลายๆอัน Google Chrome จะทำการเก็บประวัติการท่องเว็บของคุณไว้ที่ History แถมยังง่ายสำหรับการเก็บหน้าเว็บที่ชอบได้ทันที(Bookmarks)


มีทางลัดไปยังแอปพลิเคชั่น - เว็บไซต์หลายแห่ง เช่น บริการอีเมล จะทำงานเหมือนกับโปรแกรมจริงๆ คล้ายกับโปรแกรมทั่วไปในคอมพิวเตอร์ของคุณ เราสามารถสร้างทางลัดไปยังแอปพลิเคชันสำหรับเว็บไซต์ที่คุณเปิดอยู่ได้:
  1. คลิกเมนู หน้า เมนูหน้า
  2. เลือก สร้างทางลัดไปยังแอปพลิเคชัน
  3. ในหน้าต่างโต้ตอบ 'Google Gears' ให้ทำเครื่องหมายในช่องของตำแหน่งในคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการวางทางลัดนั้น
    • 'เดสก์ท็อป'
    • 'เมนู Start': ทางลัดจะถูกวางไว้ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า 'Web Applications' ในเมนู Start ของคอมพิวเตอร์ของคุณ
    • 'แถบ Quick Launch(เปิดใช้งานด่วน)'
  4. คลิกปุ่ม ตกลง
แท็บ(Tab) แบบไดนามิก - เราสามารถทำการ เปิดแท็บใหม่, จัดเรียงแท็บ, ย้ายแท็บไปหน้าต่างอื่น, คัดลอกแท็บ และปิดแท็บการใช้งานได้อย่างง่ายดาย


เพียงลากแท็บที่เราต้องการและกด Mouse ของคุณค้างไว้ จะลากไปเปิดหน้าต่างใหม่ หรือเลื่อนไปมาก็แสนจะง่ายครับ

การควบคุมความล้มเหลว - ฟังดูอาจจะแปลกๆ หน่อยแต่ Google Chrome ตัวนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับหลายคนคงเคยเจอปัญหาหน้าเว็บบางอันโหลดไม่ขึ้น และส่งผลให้เราต้องปิดโปรแกรม Web Browser ไปเลยแต่ Google Chrome มีวิธีที่แสนฉลาดครับในการที่เราไม่ต้องปิดตัวโปรแกรมทั้งหมด เพราะบางทีหน้าเว็บบางอันยังดูไม่เสร็จ แต่ก็ต้องมีอันเป็นไปเนื่องจากตัวโปรแกรมเกิดข้อผิดพลาด หรือล้มเหลวครับ ง่ายก็คือ
  1. คลิกเมนู หน้า เมนูหน้า
  2. เลือก นักพัฒนา
  3. เลือก ตัวจัดการงาน (Task manager)
    (มีวิธีลัดครับ ให้กดปุ่ม Shift + Esc หน้าต่าง "ตัวจัดการงาน" ก็จะขึ้นมาทันทีครับดังภาพข้างล่างนี้ครับ)

เพียงแค่นี้คุณก็สามารถเลือกปิดแท็บที่มีปัญหาได้อย่างง่ายดาย

โหมดไม่ระบุตัวตน -
ในบางครั้งเมื่อคุณต้องการเรียกดูเว็บโดยไม่เปิดเผยตัวตน เช่น เพื่อวางแผนหาของขวัญวันเกิดให้เพื่อนของคุณประหลาดใจ Google Chrome มีโหมดท่องอินเทอร์เน็ตโดยไม่ระบุตัวตนที่คุณสามารถใช้งานได้ หน้าเว็บที่คุณเปิดและไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดขณะอยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตนจะไม่ ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติการเข้าชมและดาวน์โหลดของคุณ คุกกี้ใหม่ทั้งหมดจะถูกลบหลังจากที่คุณปิดหน้าต่างที่ไม่ระบุตัวตน คุณสามารถท่องอินเทอร์เน็ตในโหมดปกติและในโหมดไม่ระบุตัวตนได้พร้อมกันโดย เปิดหน้าต่างแยกกัน


วิธีการใช้งานง่ายๆ กับคีย์ลัด เพียงแค่กด Ctrl + Shift + N เท่านั้นหน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นพร้อมกับแสดงไอคอนของโหมดไม่ระบุตัวตน ไอคอนของโหมดไม่ระบุตัวตน ในมุมบนซ้าย และคุณยังสามารถเรียกดูเว็บในโหมดปกติได้ในหน้าต่างอื่น ดังตัวอย่างข้างล่าง


ปลอดภัยได้ง่ายๆ โดยไม่ระบุตัวตนของเรา

การท่องเว็บอย่างปลอดภัย -
เมื่อคุณเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ที่มีระบบความปลอดภัย เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโฮสต์ของเว็บไซต์ดังกล่าวจะแสดงใบรับรองแก่ Chrome และเบราว์เซอร์อื่นๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์ ใบรับรองนี้จะมีข้อมูล เช่น ที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งได้รับการยืนยันโดยบุคคลที่สามที่คอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อถือ เมื่อตรวจสอบแล้วว่าที่อยู่ในใบรับรองตรงกับที่อยู่ของเว็บไซต์ คุณสามารถยืนยันได้ว่าคุณกำลังติดต่อสื่อสารอยู่กับเว็บไซต์ที่คุณต้องการ เข้าชมจริงอย่างปลอดภัย ไม่ใช่บุคคลที่สาม (เช่น ผู้ที่เจาะระบบเครือข่ายของคุณ)


สาเหตุที่เป็นไปได้ที่คุณเห็นข้อความเตือน ได้แก่:

  • มีบางคนบนเว็บดักจับการติดต่อสื่อสารระหว่างคุณกับเซิร์ฟเวอร์พร้อมกับ แสดงใบรับรองสำหรับเว็บไซต์อื่น ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของเว็บไซต์และข้อมูลในใบรับรองไม่ตรงกัน
  • อาจมีการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ให้แสดงใบรับรองใบเดียวกันนั้นสำหรับ เว็บไซต์หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ที่คุณพยายามเข้าชม แต่ใบรับรองนั้นไม่สามารถใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น ใบรับรองนั้นอาจบอกเราว่าที่อยู่ของเว็บควรเป็น www.xyz.com แต่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์เดียวกันกับ xyz.com จริงหรือไม่

หากคุณแน่ใจว่าทั้งสองเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บไซต์เดียวกัน คุณสามารถเลือกที่จะเปิดเว็บไซต์ดังกล่าวได้ โดยคลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ โดยปกติแล้ว คุณควรระมัดระวัง แล้วคลิกปุ่ม กลับสู่ความปลอดภัย เพื่อกลับไปที่หน้าเว็บที่คุณเข้าชมก่อนหน้านี้

เก็บหน้าเว็บที่ชอบได้ทันที (Bookmarks) - เพียงแค่กดรูปดาวข้างหน้า คุณก็สามารถเก็บหน้าเว็บที่คุณเปิดบ่อยๆ ได้ทันที

สามารถเปลี่ยนชื่อเว็บที่เราเข้าบ่อยๆได้ตามใจชอบ
การตั้งค่าการนำเข้า - ตามค่าเริ่มต้น Google Chrome จะคัดลอกประวัติการเข้าชม เว็บไซต์ที่บันทึกไว้ และรหัสผ่านจากเบราว์เซอร์หลักของคุณเมื่อทำการติดตั้ง

ขณะนี้คุณสามารถนำเข้าข้อมูลการตั้งค่าได้จาก Firefox หรือ Internet Explorer หากต้องการนำเข้าข้อมูลจากเบราว์เซอร์เหล่านี้ด้วยตนเอง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ดังภาพข้างล่าง

  1. ปิดเบราว์เซอร์ใดๆ ก็ตามที่ใช้งานอยู่
  2. เปิด Chrome
  3. คลิกเมนู Chrome เมนู Google Chrome
  4. เลือก นำเข้าบุ๊คมาร์คและการตั้งค่า
  5. เลือกเบราว์เซอร์เดิมที่คุณต้องการนำเข้าข้อมูลจากเมนูด้านบน
  6. ยกเลิกการเลือกสิ่งที่คุณไม่ต้องการนำเข้า:
    • 'รายการโปรด/บุ๊คมาร์ค': เว็บไซต์ที่คุณบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ
    • 'เครื่องมือค้นหา': เครื่องมือค้นหาอื่นๆ ที่คุณบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ
    • 'รหัสผ่านที่บันทึกไว้': รหัสผ่านของเว็บไซต์ที่คุณเข้าชมที่จัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์
    • 'ประวัติการเข้าชม': รายชื่อเว็บไซต์ทั้งหมดที่คุณเข้าชมขณะใช้งานเบราว์เซอร์ที่คุณเลือก
  7. คลิกปุ่ม นำเข้า
การดาวน์โหลดง่ายๆ - คุณสามารถทำการดาวน์โหลดไฟล์ได้อย่างง่ายๆ โดย
  • หยุดไฟล์ที่คุณดาวโหลดชั่วคราวหรือยกเลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลดอยู่
  • เปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลด
  • ย้ายไฟล์ที่ดาวโหลดไปอยู่ในโฟลเดอร์ที่เราต้องการ
สรุปว่า สิ่งที่ผมประทับใจสำหรับ Google Chrome คือการเปิดดูหน้าต่างในเว็บดูแล้วใช้พื้นที่ใช้สอบแบบเต็มที่ ไม่ดูแน่น และผมเองก็ชอบอย่างมากที่ใช้งานพวก Gmail, Google Calendar, blogger ช่างรวดเร็วได้ใจจริงๆครับ ผมเชื่อว่าในช่วงเริ่มต้นนี้ซึ่งผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่ Google ทำให้เจ้า Chrome ตัวนี้มีประสิทธิภาพที่รวดเร็ว และเห็นได้ชัดว่าปัญหาในระยะแรกที่ออกมาได้มีการแก้ไข และถือว่า Google Chrome ในอีกไม่นาน อาจจะผงาดเป็นอันดับต้นๆ ในตลาด Web Browser ก็เป็นได้ครับ

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Deflaggler

Download Defraggler 1.04.098ทำไมต้องมีการจัดเรียงข้อมูล?

หลายๆ คนเรียกการจัดเรียงข้อมูลสั้นๆ ติดปากว่า Defrag หรือ ดีแฟลก ในการจัดเรียงข้อมูลสิ่งที่สำคัญคือจะเป็นการช่วยให้ระบบข้อมูลมีการจัด วางอย่างเป็นระบบ ทำให้คุณสามารถใช้โปรแกรม หรือ Application ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บางทีโปรแกรมที่คุณทำการติดต้้ง หรือลบออกก็มักจะไปทำให้พื้นที่ในเครื่องของคุณถูกจัดวางอย่างไม่เป็นระบบ ระเบียบ เพราะฉะนั้น การทำ Defrag จึงเป็นอีกทางเลือกนึงที่ดีที่คุณจะไม่ต้องเสียเวลาเรียกใช้งานโปรแกรมโดยไป อ่านพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใช้สอยอะไรเหล่านั้น ทำให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้นครับ


โปรแกรมที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินนอกเหนือจาก Deflaggler ก็มีทั้งฟรีอย่างเช่น Auslogics Disk Defrag, หรือในตัว Windows เองก็มีให้เราทำ Defragmentation เหมือนกัน ส่วนโปรแกรมแบบไม่ฟรี ซึ่งคุณสามารถดาวโหลด มาใช้งานแบบมีจำกัดวัน ที่ดังๆ ก็มีโปรแกรมอย่าง Diskeeper ซึ่งราคาก็พอสมควรเลยทีเดียว แต่ที่เด่นๆ ที่หลายคนยอมเสียเงินซื้อก็เพราะว่าโปรแกรมพวกนี้มีความชาญฉลาดกว่า และมีการจัดการไฟล์ให้เราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็สมราคาครับ

เครื่อง มือในการจัดเรียงข้อมูล (Defragmentation) ในฮาร์ดดิสก์ของคุณส่วนใหญ่มักจะมีการจัดเรียงไฟล์ "ทั้งหมด" ในHarddisk แต่ว่าโปรแกรม Defraggler สามารถให้คุณเลือกไฟล์เฉพาะหรือไฟล์ข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งเพื่อทำการจัดเรียงได้ ดังนั้นคุณจะไม่เสียเวลาเลยที่จะต้องมานั่งรอการทำการจัดเรียงข้อมูลไฟล์ทั้งหมดของ Drive ทั้งก้อนจนเสร็จ อย่างไรก็ดีถ้าคุณอยากจะจัดเรียงข้อมูลไฟล์ทั้งหมดใน Harddrive โปรแกรมนี้ก็มีแบบที่ให้คุณนั่งรอหรือเสียเวลาทำนานๆ เหมือนกัน


สังเกตุได้ว่าไฟล์ในเครื่องกระจัดกระจายอยู่ใน Drive D เมื่อเรากด Analyze แล้ว โปรแกรมจะทำการวิเคราะห์ว่าไฟล์ที่สามารถทำการจัดเรียงในเครื่องเป็นอย่างไร


หลังจากนั้นก็สามารถทำการ Defrag ได้ทันที


เราสามารถเลือกไฟล์ เฉพาะในการทำ Defrag ได้โดยไม่ต้องรอ Defrag หมดทุกไฟล์ที่อยู่ใน Drive D สุดยอดมากๆ ครับ

สรุป ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้คือ ฟรีครับ และโปรแกรมตัวนี้มีขนาดไฟล์เล็กมากติดตั้งก็แสนง่าย แถมสนันสนุนระบปฏิบัติการ Windows 2000/2003/ XP/Vista และระบบปฏิบัติการ Windows ที่เป็น 64-bit อีกด้วย เท่านั้นไม่พอยังสนับสนุนระบบการจัดการไฟล์ทั้งที่เป็นแบบ NTFS และ FAT32 อีกด้วย

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Piriform CCleaner

Download CCleaner 2.13.720สำหรับตัว CCleaner นั้นผมถือว่าเป็นโปรแกรมที่ดีตัวนึงเลยทีเดียว เพราะช่วยให้เครื่องของคุณสะอาด และทำให้มีพื้นที่การใช้งานใน Hard disk เพิ่มมากขึ้น


โปรแกรมตัวนี้เลือกได้ครับว่า จะให้เราทำความสะอาด หรือลบไฟล์อะไรที่ไม่จำเป็นออก


ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้คือ ฟรีครับ หลายคนคงมีปัญหาความจุใน Hard disk เต็ม ไม่รู้จะไปลบอะไร ไปๆ มาๆ ลบเอาไฟล์ที่เราไม่อยากลบออก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมีไฟล์ขยะอีกเพียบที่เราไม่เคยรู้เลยว่า มันกินพื้นที่ในเครื่องของเราอย่างมาก เพราะชะนั้น CCleaner สามารถช่วยเอาไฟล์ที่ไม่จำเป็น หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานแต่ถูกเก็บไว้ในเครื่อง(Temporary files) ออกไปได้ นอกเหนือจากนี้มันยังช่วยให้ Windows ของคุณทำงานได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีการใช้งานหลักๆ ของ CCleaner
1. ไปเลือกติ๊กที่เราต้องการให้มันทำความสะอาด **อย่ามัวกดแบบไม่ดูรายละเอียดนะครับ เพราะบางคนอาจจะอยากเก็บไฟล์พวก History ใน Internet Explorer ถ้าดันไม่เผลอเอาเครื่องหมายถูกออก ไฟล์ก็อาจจะถูกลบหายไปเลยได้ครับ**
2. มีให้เลือกครับว่าจะให้เรา 'Analyze' หรือ 'Run Cleaner' ต่างกันตรงที่ว่า ถ้าเราเลือก Analyze มันจะแสดงผลให้เรารู้ก่อน ที่เราจะลบดังรูปข้างล่าง

หลังจากที่กด Analyze ไม่น่าเชื่อเหมือนกันครับว่าผมมีไฟล์ที่ไม่จำเป็นในเครื่องถึง 3,673.4 MB

3. ถ้าเราคิดว่าไฟล์ทั้งหมดเราไม่ต้องการแล้ว ก็กด 'Run Cleaner' ได้เลยครับ ไฟล์ที่ไม่จำเป็นทั้งหลายก็จะถูกลบไป แต่ถ้าบางคนคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งดู Analyze เพื่อแสดงผลเราก็สามารถ Run Cleaner ได้เลยครับ

สิ่งที่โปรแกรมนี้ช่วยทำความสะอาด และลบสิ่งที่ไม่จำเป็นในเครื่องของคุณคือ
  • ไฟล์ที่เปิดซ้ำๆ ซึ่งจะถูกเก็บในเครื่อง (Cache), ประวัติการใช้งาน (History), Cookies, Index.dt ใน Internet Exploer/Firefox/Opera/Safari/Google Chrome, Google Earth/Microsoft Office
  • ไฟล์ที่อยู่ในถังขยะ (Recycle Bin), ไฟล์ชั่วคราว (Temporary files) และไฟล์ที่เก็บประวัติการใช้งาน (Log flies)
  • ไฟล์ที่เราเพิ่งเปิด URLs และไฟล์โปรแกรมต่างๆ
  • แสกนตัว Registry และเอาไฟล์ที่คุณไม่ได้ใช้เลย หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานเลย มีพวก File Extensions, ActiveX Controls, ClassIDs, ProgIDs, Uninstallers, Shared DLLs, Fonts, Help Files, Application Paths, Icons, Invalid Shortcuts
  • และข้อดีที่ผมชอบคือ เราสามารถเอาโปรแกรมที่เราไม่ต้องการให้มันเปิดตอนรันเครื่อง(Startup Program) เอาออกไปได้ วิธีการใช้งานคือไปเลือกที่เมนูด้านซ้าย กดที่ 'Tools' แล้วเลือก 'Startup' เราจะเห็นว่ามีโปรแกรมเยอะมากที่เปิดใช้งานตอนเปิดเครื่อง ก็เพียงแค่ไป 'Disable' มันครับ อันนี้ช่วยได้เยอะครับ เพราะบางคนให้เปิดโปรแกรมตอนเปิดเครื่อง บางทีกว่าจะรอโปรแกรมขึ้นหมดก็เกือบๆ 5-10 นาทีได้ (บางคนมีโปรแกรมให้เปิดเยอะมาก และบางอันก็แทบไม่ใช้เลย) ดูตัวอย่างภาพด้านล่างครับ

สามารถเลือกได้ครับว่าจะให้โปรแกรมไหนทำงาน หรือไม่ทำงานตอนเปิดเครื่อง

สรุปแล้ว โปรแกรมตัวนี้มีประโยชน์มากๆ ครับอย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวว่าจะลบอะไรที่ไม่จำเป็นออก ลบแบบเลือกได้ครับ แล้วพบกันใหม่ครับ